ถั่วไป

ยุครัชกาลที่ 3 พุทธศักราช 2390 มีการพนันจากจีนเข้ามาเป็นที่แพร่หลายเป็น ถั่วโป โดยคนประเทศไทยได้เรียกการเล่นถั่วโปว่าการ “เล่นเบี้ย” เป็น เรียกตามเงินที่ใช้เล่นมีลักษณะเป็นหอยเล็กๆใช้แทนเหรียญและก็เรียกสถานที่เล่นถั่วโปว่า “บ่อนเบี้ย” การเล่นถั่วโปคาดคะเนว่าบางทีอาจนําเข้ามาในยุคพระผู้เป็นเจ้าวังทองคำหรือพระนารายณ์มหาราชองค์ใดองค์หนึ่งในตอนปี พุทธศักราช 2231 – 2275 แล้วก็เริ่มมีอากรลอตเตอรี่ในยุครัชกาลที่ 3 แม้กระนั้นการเดิมพันเริ่มแรกของไทยยังคงมีอยู่ แม้กระนั้นความนิยมชมชอบไม่กว้างใหญ่เสมือนการเล่นพนันที่ได้รับมาจากจีนซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะว่าเป็นการพนันประเภทใหม่ที่ไม่เหมือนกันกับของไทยที่เคยเล่นกันมาเดิมที เมืองก็เลยได้หาผลกำไรจากการเดิมพันโดยการเก็บภาษีจากการเล่นนี้เรียกว่า “อากร” รวมเรียกว่า “อากรบ่อนเบี้ย” และก็ “อากรลอตเตอรี่” เพื่อเป็นการนําเงินไปสู่เมืองรวมทั้งช่วงเวลาเดียวกันก็ไม่ให้ตกอยู่แก่พลเมืองผู้ดําเนินการแต่เพียงผู้เดียว อากรบ่อนเบี้ย เป็นเงินที่เก็บจากคนประมูลขอตั้งบ่อน การเดิมพันเล่นถั่วรวมทั้งโปในแว่นแคว้นและก็บุคคลที่ประมูลผูกขาด สำหรับในการตั้งบ่อนการเดิมพันดังที่ได้กล่าวมาแล้วเรียกว่า “นายอากรบ่อนเบี้ย” ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นคนจีน
มูลเหตุที่มีการตั้งบ่อนเบี้ยก็เนื่องจากคนจีนที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยยุคนั้นนิยมการเล่นเบี้ยกันเป็นอย่างยิ่ง โดยที่เมืองไม่ได้เข้ามาควบคุมการเล่นอะไร เมืองก็เลยมีความเห็นว่าต้องมีการควบคุมบ่อนเบี้ย เนื่องด้วยไม่อาจจะห้ามไม่ให้เล่นโดยเด็ดขาดได้น่าฟังมีการเล่นมานานแล้ว เมืองก็เลยตั้งบ่อนเบี้ยขึ้นโดยกําครั้งดใหมีการเล่นเบี้ยได้เพียงแต่บางพื้นที่โดยเฉพาะรอบๆที่มีคนจีนอาศัยอยู่เป็นจํานวนมากเพียงแค่นั้นรวมทั้งเมืองกําทีดให้มีข้าราชการควบคุมดูแลให้คนจีนเล่นเบี้ยได้ตามจารีตแค่นั้น โดยห้ามคนประเทศไทยเข้าไปเล่น ผลจากการที่เมืองห้ามชาวไทยแบบนี้ก็เลยกำเนิดมีคนประเทศไทยลักลอบเล่นการเดิมพัน เมืองก็เลยจำเป็นต้องอนุญาตให้ตั้งบ่อนสําหรับคนประเทศไทยขึ้นด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยกำเนิดบ่อนเบี้ย 2 ชนิด เป็น บ่อนเบี้ยจีนรวมทั้งบ่อนเบี้ยไทย
สำหรับเพื่อการจัดเก็บอากรบ่อนเบี้ยนั้นแต่เดิมเพื่อเป็นค่าครองชีพสำหรับในการรักษาบ่อนหรือให้เป็นค่าป่วยการหรือค่าตอบแทนรายเดือนให้แก่แพทย์บ่อน ไม่ได้ปรารถนาสำหรับเพื่อการจัดเก็บเพื่อได้ผลสำเร็จคุณประโยชน์ให้แก่เมือง กรรมวิธีการเก็บอากรบ่อนเบี้ยยุคนั้นนายบ่อนจะไม่เกี่ยวข้องกับการเล่นจะมีเฉพาะพวกอันธพาลบ่อนสลับกันเป็นเจ้ามือ นายบ่อนจะรอเก็บส่วนลดจากคนที่ได้เงินจากการเดิมพัน ซึ่งเรียกว่า “การเก็บหัวเบี้ย” โดยจารีตการเก็บหัวเบี้ยนี้ได้มีการใช้กันจวบจนกระทั่งยุครัตนโกสินทร์ถัดมาเมื่อมีการเล่นโปเกิดขึ้นก็เลยแปลงให้นายบ่อนเป็นเจ้ามือแต่เพียงผู้เดียว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *